วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ที่ว่างระหว่างเรา เหลือไว้เพียงแค่เรา (ตัวคนเดียว)



เพียงแค่เรา หยุดหัวใจ เพื่อสำรวจ
หยุดความคิด เพื่อดูตรวจ ส่วนขาดหาย
หยุดน้ำตา  และหัวใจ ที่ละลาย
แทบสลาย  หมดสิ้น  ทั้งชีวี
ไม่มีแล้ว ไม่มี เธอคนนั้น
เหลือเพียงฝัน ความทรงจำ ที่ขาดหาย
ใครซักคน ที่รู้ และเข้าใจ
ก้าวเดินใหม่  ไปพร้อม พร้อมกัน
ปล่อยให้คืนวาน เป็นอดีต  ที่ตรึงตรา
ที่ผ่านมา ผ่านแล้ว ให้ล่วงไป
แม้ดวงใจ อาจบอบช้ำ  ก็ไม่ทำให้หวั่นไหว
ขอเพียงเรา ได้ก้าว ข้ามพ้นไป
แม้นสิ่งใด ก็ไม่ไม่อาจ  จะทานเรา


(คืนนี้เป็นอีกหนึ่งคืนที่นอนไม่หลับ  นึกอะไรได้ก็เขียนไปตามเสียงของหัวใจที่พร่ำบอก เขียนไปๆเรื่อยเพื่อหวังว่าคงจะง่วงในเร็วๆ และสุดท้ายเขียนทิ้งท้ายให้กับใครสักคนบนโลกนี้ที่ฉันรู้จัก  ว่าวันพรุ่งนี้จะไม่มีเค้าอยู่ในหัวใจแต่...เค้าจะอยู่ในความทรงจำอย่างนี้ตลอดไป  ก็ได้แค่เขียนๆไปโดยที่เค้าอาจจะรับรู้หรือแทบจะไม่มีวันได้รับรู้เลยด้วยซ้ำ)





 


วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เพราะหัวใจ ยังมีไฟฝัน


แสงดาวสุกสกาว พราวท้องฟ้า
สายลมหวน ย้อนพา ใจหวั่นไหว
ม่านหมอกเมฆ ลอยละเลื่อน เคลื่อนตัวไกล
ไหวเอนกาย อ่อนข้อ ตามแรงลม
 สู่เส้นทางความมคิด กับชีวิต ที่ตรงข้าม
หลายหนทาง ขวากหนาม วิกฤตฝ่า
เฝ้าคิดหา นำพา ชีวาที่สดใส
แม้นเติบโต เจริญวัย ใจคงหวั่น
เพราะเหลือฝัน ที่ยังใฝ่ ใช่แค่ลม

(เขียนเมื่อวันที่  1 ต.ค. 53)
(วันที่ฝนตกโปรยปราย แต่ยังคงนอนไม่หลับสักที เพื่อเป็นกำลังให้กับตนเองและสำหรับใครหลายคนก้าวเดินต่อไป ด้วยใจที่มุ่งมั่น เราต้องพังทลายกำแพงใจให้จงได้)